>> ตอนที่ 1 <<

คราวนี้มารีวิวไอเดียเว็บของกลุ่มต่างๆ ทั้งสิบกลุ่ม เท่าที่ความจำเคจจะจำได้ละกันค่ะ ถ้ามีเว็บไหนผิดพลาดไปก็ขออภัยนะคะ ความคิดเห็นส่วนใหญ่ฟังมาจากที่กรรมการวิจารณ์ อาจมีความเห็นส่วนตัวแทรกบ้างนิดหน่อยค่ะ

(การเรียงลำดับ ไม่มีอะไรเป็นเกณฑ์เป็นพิเศษ)

 

iMusic

เว็บนี้ตั้งใจรวมกลุ่มคนรักการเต้นขึ้นมา มีออปชันให้อัพโหลดไฟล์วีดีโอการเต้น สอนเต้นแบบต่างๆ ทำเป็นคล้ายๆ social network ด้วย

เว็บนี้ในความคิดของเคจดูแล้วสวยแล้วเป็นระเบียบดี แต่กรรมการก็วิจารณ์ว่า ถ้าจะดึงคนชอบเต้นเข้า ควรทำให้อาร์ตกว่านี้

ข้อเสียของเว็บนี้คือ สร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจยากค่ะ ต้องขยันทำมาก กว่าจะดึงเข้ามาเล่นได้เยอะ แล้วคนในกลุ่มก็ไม่มีคนที่เป็นคนรู้จริง เพียงแค่สนใจการเต้นเฉยๆ

 

บอกบุญ

เว็บนี้เปิดให้ทำบุญผ่านเว็บ โดยการบริจาคเงินสำหรับซื้อสิ่งของให้องค์กรการกุศลที่ต้องการ แล้วทำเป็นโปรไฟล์เก็บบันทึกไว้ เจาะกลุ่มผู้ใช้วัยรุ่น ซึ่งในความคิดเรา วัยรุ่นยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง คงไม่มีใครสนใจจะบริจาคนักหรอก แต่แนวคิดทำบุญเอาหน้าอย่างนี้ กรรมการก็ชอบนะ

>> บอกบุญ ได้รางวัลเว็บสร้างสรรค์

 

MyEssay

เว็บสำหรับอัพ essay ที่เราเขียนขึ้นไป แล้วให้เพื่อนๆ ช่วยกันแก้ไขตรวจทานแกรมม่า และตัวสะกดต่างๆ ให้ มีการจัดระดับผู้ใช้ว่า มีความรู้อยู่ระดับไหน จัดกลุ่มช่วยกันเป็น social network และวางแผนไว้ว่าจะให้ พวกติวเตอร์ภาษาอังกฤษมาเล่นด้วย จะได้มีกูรูมาช่วยดูแล ส่วนติวเตอร์ก็เหมือนเป็นการโปรโมทตัวเองไปในตัว

เว็บนี้กรรมการวิจารณ์เยอะพอสมควร แต่เราไม่ค่อยได้ฟัง เพราะเป็นกลุ่มต่อไปที่ต้องพรีเซนต์ เท่าที่ฟังก็พอจับใจความได้ว่า ถ้าเป็น essay คนคงไม่สนใจเข้ามาอ่าน ถ้าทำเป็นฝึกเขียนไดอารีภาษาอังกฤษออนไลน์อาจดีกว่า แล้วก็ว่า การที่คนอื่นมาช่วยแก้ให้ ตัวคนใช้จะไม่ได้พัฒนาเท่าไหร่

เราเห็นด้วยนะ เราคิดว่าถ้าเปิดจริงๆ ในเว็บอาจจะมีแต่คนมาให้ช่วยแก้ ส่วนคนที่จะแก้ให้ไม่มีล่ะ

 

ThaiThai

ชื่อเว็บไม่ค่อยบ่งบอกอะไร ที่จริงเป็นเว็บเกี่ยวกับดนตรีไทย แต่กลุ่มผู้ใช้ยังไม่แน่ชัด ไม่รู้ว่าจะเอาคนชอบคนตรีไทยอยู่แล้ว หรือจะทำให้คนหันมาดนตรีไทยมากขึ้น หรือจะทำเสนอชาวต่างชาติกันแน่

ถ้าเป็นกลุ่มผู้ในวงการดนตรีอยู่แล้ว พวกนี้จะยุ่งเกี่ยวกับโลกอินเทอร์เน็ตด้วยมาก
ถ้าคิดจะดึงคนให้มาชอบดนตรี ก็ต้องคิดวางแผน และสร้างคอมเทนต์ดีๆ ล่ะ
ถ้าเน้นฝรั่งก็ต้องทำเป็นอีกแนวหนึ่งเหมือนกัน ต้องหาสาวก พวกที่คลั่งมากๆ มา

 

Free (น่าจะชื่อประมาณนี้นะ จำไม่ได้ล่ะ)

แนวคิดของเว็บคือ รวบรวมสินค้าและบริการทดลองต่างๆ ที่พวกบริษัทเอามาแจกๆ กันไว้ในเว็บ แล้วให้ผู้ใช้สมัครสมาชิก กรองข้อมูล เพื่อติดต่อขอรับสินค้าที่ต้องการ

ฟังแล้วอาจดูดี แต่ถ้าคิดในแง่ปฏิบัติจริงก็มีหลายปัญหาตามมา อย่างแรกเลย ถ้าเป็นสินค้าที่เป็นตัวสินค้าจริงๆ จะมีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งตามมา เป็นการเพิ่มทุนอีก สู้บริษัทไปจ้างคนเดินแจกตามแบบเดิมดีกว่า กรรมการก็มีเสนอแนวคิดว่า แจกเป็นคูปองแล้วเอาไปแลกที่เซเว่นอะไรอย่างนี้ก็ได้ หรือไม่ก็เสนอแต่บริการเสนอๆ เช่น ที่พักฟรีให้คนที่สนใจ เพราะพวกที่พักที่เที่ยวพวกนี้ ถ้าไปแล้วอาจอยากอยู่ใช้บริการต่อ

ปัญหาอีกอย่างคือ ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน (ไม่ใช่ล่ะ) จะมีฐานข้อมูลผู้ใช้ก่อน หรือมีสินค้าจากบริษัทเข้ามาแน่
ถ้าไม่มีสินค้า คนก็คงไม่อยากเข้ามาใช้ แต่ถ้าไม่มีฐานผู้ใช้ บริษัทก็คงไม่สนใจหรอก

 

Friendship

เว็บเฟรนด์ชิปออนไลน์ คล้ายๆ social network นั่นแหละ แต่เน้นไปทางสมุดเฟรนด์ชิป

คำถามที่ตามมาคือ จะมาแทนที่แฟรนด์ชิปแบบออฟไล์ได้หรือ เขียนแบบนั้นได้ความรู้สึกมากกว่าน่ะ แล้วอีกอย่าง จะมาแทนที่ Hi5 และ facebook ได้หรือ

จริงๆ เราชอบแนวคิดเขียนเฟรนด์ชิปออนไลน์ตั้งแต่ต้น เพราะเป็นคนขี้เกียจ และไม่ค่อยชอบทำอะไรตามความรู้สึกหรือเรื่องชวนซึ้งๆ เท่าไหร่ แต่ก็เห็นด้วยว่าถ้าทำเป็น social network ที่สามารถอัพเดตได้ตลอด มันก็ไม่ใช่เฟรนด์ชิปล่ะ

 

Idea (อะไรสักอย่าง)

จำชื่อไม่ได้อีกแล้ว เป็นเว็บที่มีแนวคิดในให้คนที่มีไอเดียเด็ดๆ มาเสนอขายให้ไอเดีย แล้วก็ให้คนที่มีทุนอุดหนุนต้องการไอเดียมาซื้อไอเดียไปลงทุน โดยจะมีไอเดียคร่าวๆ ให้ดูก่อน ถ้าสนใจจะเข้าไปดูแบบละเอียดต้องเสียค่าเข้าดู แล้วถ้าจะซื้อไปใช้ก็ค่อยตกลงกันอีกที

มีปัญหาตามมามากมายเลย จะเป็นการหลอกขายดักควายหรือไม่ หรือว่าบางคนแค่เห็นไอเดียหยาบๆ ก็ไปคิดต่อได้หลายตลบแล้ว ที่สำคัญคือ ปัจจุบันไอเดียน่ะมีมากมาย แต่ไอเดียที่เวิร์ค ใช้ได้จริง รุ่งจริง มีอนาคตจะมีสักกี่ไอเดีย เหล่านักธุรกิจก็มีคนเสนอไอเดียกันไม่เว้นแต่ละวันอยู่แล้ว

 

Stepthep

เว็บสเต็บเทพสำหรับอัพโหลดดีไซน์สวยๆ ให้ผู้ใช้มาโชว์ความเทพของตน ก็คล้ายๆ พวกเว็บแนะนำดีไซน์และผลงานของต่างประเทศน่ะแหละ มีแนวคิดในการจัดกรรมกิจแข่งขันกันในเว็บ

ปัญหาก็คือคนใช้จริงจะไม่ค่อยมีน่ะสิ (ปัญหาอื่นๆ จำไม่ค่อยได้แล้ว)

>> กลุ่มนี้ได้รางวัลทีมเวิร์คยอดเยี่ยม

 

ต่อเพลง

เว็บต่อเพลง สำหรับเล่นต่อเพลง หรือแต่งเพลงออนไลน์ มีแนวคิดจะทำโปรแกรมเล่นเสียงโน้ตง่ายๆ เหมือนที่มีในมือถือโนเกียรุ่นเก่าบางรุ่นไว้ในเว็บ แล้วให้คนมาช่วยกันแต่งเพลงกัน

แอปพลิเคชั่นก็ดูดีอยู่นะ แต่เอาเข้าจริงก็ใช้งานยาก แล้วก็เฉพาะเกินไป ตามความคิดเรา คนที่มีความสามารถด้านดนตรีขนาดแต่งเพลงได้ คงไม่อยากมาร่วมแต่งเพลงกับใครล่ะ สำหรับมือสมัครเล่น สู้ไปเล่นเกมอย่างอื่นสร้างสัมพันธ์กันจะไม่สนุกกว่ามานั่งพยายามต่อเพลงแบบนี้เหรอ มันไม่ใช่ต่อเพลงแบบต่อเนื้อร้องที่เล่นๆ กันนะ

 

ปลดทุกข์

เว็บกลุ่มเราเอง 55+
คอนเซปต์และแนวคิดต่างๆ ก็บอกไปใน >> ตอนที่ 1 << แล้วน่ะนะ

สิ่งที่กรรมการคอมเมนต์มาก็คือ เว็บแบบนี้ฝ่ายคอนเทนต์ต้องตามคอยดูแลเนื้อหาให้ดีๆ อย่าให้มีการพาดพิงถึงบุคคลจริง ส่วนโปรแกรมก็ต้องออกแบบโปรแกรมกรองคำดีๆ

นอกนั้นก็มีเรื่องการดีไซน์ที่เหมือนจะดึงดูดกลุ่มผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ก็ว่า ถ้าจะขอทุนจาก สสส ก็น่าจะออกมาแนวนี้ล่ะ

>> เว็บเราได้รางวัลเว็บยอดเยี่ยม !!!

ตอนที่ประกาศรางรัล เขาประกาศทีมเวิร์คก่อน ต่อจากนั้นก็เว็บสร้างสรรค์ ตอนที่ไม่ได้เว็บสร้างสรรค์แล้ว เราก็คิดว่าหมดโอกาสแล้วล่ะ เพราะเว็บเราเด่นที่แนวคิดและดีไซน์ แต่สุดท้าย พอชื่อเว็บประกาศออกมา ทุกคนในกลุ่มก็ทำหน้าเหวอ 'ได้มาได้ไงเนี่ย' แต่ก็เป็นความจริง ไม่ได้ฝันไปล่ะนะ

เมื่อกี้ก็เพิ่งคุยกับเพื่อนในกลุ่ม คิดว่าจะทำเว็บนี้จริงๆ จังๆ ล่ะ เพราะยังไงเว็บนี้ก็เป็นความคิดของคนทั้งกลุ่ม และคอนเซปต์ก็ดีจริง แต่คงค่อยๆ ทำไป  เพราะแต่ละคนก็ว่างไม่ตรงกัน ตอนนี้ก็คิดๆ กันไปก่อน คิดว่าช่วงปิดเทอมจะเริ่มงานจริง

งานนี้จะเหลว หรือประสบความสำเร็จอย่างไร ก็ติดตามต่อไปล่ะกันนะ... แล้วจะมาเล่าให้ฟังจ้า

ปิดท้าย... ก็อาจจะเขียนสรุปความประทับใจในตอนที่ 3 ในโอกาสหน้านะ

แต่ก็แค่ อาจจะ... เท่านั้น ยังต้องดูกันต่อไป

 

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน ลาเรียนไปเข้าค่าย Young Webmaster Camp ที่ ม.บูรพามา

ค่ายนี้จะว่าเป็นค่ายอบรมสอนคนให้ทำเว็บเป็นก็ไม่ใช่ เป็นเหมือนค่ายรวมตัวคนทำเว็บเป็นอยู่แล้ว และอยากหาความรู้เพิ่มเติมจากมืออาชีพ หรือหาเพื่อนในวงการ เข้ามาทำเว็บจริงๆ จังๆ เต็มตัวมากกว่า ซึ่งกว่าจะผ่านเข้ามาได้นี่ก็มีการคัดเลือกกันหลายรอบ หลายวิธี เค้นเอาคนมีฝีมือกันเลยทีเดียว

>> เว็บ ywc เข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ <<

เราสมัครเข้าไปในสาขา web content จากทั้งหมดสี่สาขาได้แก่ design, programming, marketing & content

ที่ค่ายเขาจะจัดกลุ่มให้ กลุ่มละ 8 คน มีทั้งหมด 10 กลุ่ม ในกลุ่มก็จะมี 2 คนจากแต่ละสาขา

กลุ่มเรานี่ก็แปลกๆ ดี ตอนแรกๆ ไม่ค่อยจะคุยกัน หลังๆ ก็ไม่ค่อยจะคุยกัน มีคนเงียบๆ เยอะ คนที่คุยก็คุยกันเองซะส่วนใหญ่ ทำงานก็มั่วๆ กันไป แต่สุดท้าย... อ๊ะ อุ๊บไว้ก่อน ยังไม่บอกดีกว่า

งานหลักของค่ายนี้คือการทำเวิร์คชอปสร้างเว็บไซต์ภายใน 12 ชั่วโมง แต่ก่อนจะสร้างนั้นก็มีการอบรมทั้งแบบรวม และแยกตามสาขาอยู่ด้วยนิดหน่อย

วิทยากรก็เป็นกูรูในเน็ต และผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย มาบอกเล่าทั้งประสบการณ์ และสอนหลักการทำงาน อบรมแล้วก็ได้อะไรมาเยอะแยะทีเดียว

...ไว้โอกาสหน้าจะเอาความรู้ที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเน็ตทั่วไปมาบอกต่อกันนะคะ ตอนนี้ขอละไว้ก่อน...

เท้าความมาซะยาว เข้าเรื่องทำเว็บดีกว่า

ตอนแรก เขาก็ให้ระดมความคิดกันก่อนว่า แต่ละคนในกลุ่มมีความชอบความสนใจเรื่องอะไร อยากทำเว็บเกี่ยวกับอะไร แล้วมีปัญหาอะไรที่อยากถามในเรื่องว่าที่ จากนั้นก็เลือกมาสักสามความคิด มารวมเข้ามาเป็นเรื่องเดียวกันสักเรื่องให้ได้ อาศัยหลักการแถเข้าไป แล้วก็เสนอไอเดียส่งให้กรรมการช่วยให้คำแนะนำ

ทำไปทำมา คอนเซปต์ที่ได้ก็คือ... เว็บ "ปลดทุกข์" (plodtuk.in.th) เป็นเว็บที่มีไว้สำหรับให้คนมาระบายความทุกข์ที่อัดอั้นอยู่ในใจ ไว้ช่วยระบายความเครียด แล้วก็มีคนมาโพสต์คอมเมนต์ให้กำลังใจได้ ทำนองนั้น

กรรมการบอกว่าคล้ายกับเว็บ fmylife (Fuck My Life) ของต่างประเทศ  ที่ให้คนมาบอกเล่าเรื่องซวยๆ ที่ตนเจอมา นอกจากดึงกลุ่มผู้ใช้ที่มาระบายแล้ว ยังดึงกลุ่มที่เห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องตลกเข้ามาได้ด้วย (แนวๆ drama addict นั่นเอง) แต่เว็บเราจะออกแบบมาให้เบาลงหน่อย เป็นแนวสร้างสรรค์สังคม เพราะฝ่าย marketing คิดว่าจะเสนอขอทุนสนับสนุนจาก สสส

[ทำเว็บในค่ายนี้ต้องคิดเป็นเงินเป็นทองตลอด คิดวิธีหาเงินตั้งแต่ออกแบบเว็บ ดูว่าจะมีรายได้มาจากไหน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ฯลฯ]

แต่ตอนทำเว็บกันนี่เราค่อนข้างว่างงานมากเลย เพราะแนวคิดของเว็บนี้คือให้ผู้ใช้เข้ามาสร้างเนื้อหาเอง ฝ่าย content จึงมีหน้าที่แค่คอยควบคุมดูแลเนื้อหาให้อยู่ในกรอบเกณฑ์ ซึ่งถ้าทำใช้งานจริงแล้วคงเป็นงานหนัก แต่ว่าถ้าแค่พอนำเสนอก็แทบไม่ได้ทำอะไร นอกจากสร้างเรื่องขึ้นมาระบาย และก็คอมเมนต์ให้กำลังใจนิดหน่อยเท่านั้น  (เราแอบงีบหลักไปพัก ส่วน content อีกคนก็เล่น facebook - -")

งานหลักตกไปอยู่ที่ programming กับ design ซะมาก แต่ว่า... มันก็ยังมีปัญหาอยู่ดีล่ะ เพราะทุกคนคิดไปคนละทาง

designer ทั้งสองคนของกลุ่มเรานั้น อาร์ตมาก จัดองค์ประกอบรูปสวยๆ แก้ไขภาพ เลือกสี ออกแบบให้เหมาะสม ทำ photoshop flash illustrator อะไรก็เป็นหมด แต่ทำ css ไม่เป็น เลยไม่มีการวางเลย์เอาต์ให้เห็นภาพกันชัดๆ ไว้ก่อน สุดท้ายเว็บเกือบทั้งหมดก็กลายเป็นรูปภาพหมดเลย

ส่วน programmer ที่ความจริงต้องมีสองคน กลับทำเป็นอยู่คนเดียว เพราะอีกคนนั้น คัดเลือกมาจากสายต่างจังหวัด (ซึ่งไม่เข้มข้นเท่ากรุงเทพฯ) แล้วก็เพิ่งอยู่แค่ปีหนึ่ง ยังไม่ค่อยได้เรียนอะไร เลยส่วนได้แต่เทสบั๊ก อะไรพวกนั้น

แล้ว programmer ของเราก็คิดภาพไว้ว่า design คงทำมาให้เป็น css ด้วย เขาก็ทำในส่วนโพสต์คอมเมนต์ โพสต์เรื่องเขาไป

marketing ซึ่งเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้ ก็ทำเป็นซะทุกอย่าง ลงไปช่วน design ทำภาพ ช่วยอัพเว็บ และทำ ppt สำหรับนำเสนอไปพลางๆ โดยมี content ช่วยคิดคำที่เหมาะๆ ให้

สุดท้ายแล้ว พอเอามารวมร่างกัน โปรแกรมเมอร์ก็ต้องแก้หลายส่วน เว็บกลายเป็นเว็บแปะภาพโชว์เด่นซะงั้น ส่วนหน้าโปรแกรมจริงๆ เราส่วนทำ css ตกแต่งให้นิดหน่อย (เพิ่งจะมาทำตัวมีประโยชน์อีกทีก็ตอนเวลาใกล้หมดนี่แหละ)

สุดท้ายแล้วเว็บก็ออกมาสวยแปลกตากว่าที่กลุ่มอื่นๆ (เน้นดีไซน์กันจริงๆ) แต่ถ้าคิดถึงการใช้งานในระยะยาวแล้วคงเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ dynamic มากๆ

จบตอนที่ 1 ไว้เท่านี้ก่อนล่ะกัน รู้สึกว่าทิ้งไว้ยาวแล้วเพิ่งมาอัพเล่าย้อนนี่เล่าได้ไม่สนุกเท่าไหร่เลยแฮะ ไม่สมกับเป็นเว็บ content เอาเสียเลย

ไว้คราวหน้าจะมาต่อ ตอนที่ 2 แล้วลงรายละเอียดเว็บที่กลุ่มอื่นๆ ทำบ้างนะ

>> ตอนที่ 2 <<

ลอยกระทง

posted on 02 Nov 2009 20:24 by caje  in BlueSky

ปีนี้ก็ไม่ได้ไปลอยอีกล่ะ (จริงๆ ก็ไม่อยากไปเท่าไหร่นัก)

ก็เอาเป็นว่าลอยที่นี่ไปเลยล่ะกัน ลอยอย่างนี้แล้วนึกถึงตอนทำเว็บ YWC เลยล่ะ

ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าเรื่องที่ไปเข้าค่ายให้ฟัง ตอนนี้ขอทำงานก่อนนะคะ

 

 
(คำอธิษฐานบ่งบอกสถานการณ์ในตอนนี้ได้ดีทีเดียว - -")
 

 เพิ่งสังเกตเห็นว่าผิดพิมพ์อย่างน่าอนาถลงไปในกระทงด้วย sad smile

จะเขียนว่า "เคลียร์" กลายเป็น "เครียด" ซะงั้น

เครียดจริงๆ open-mounthed smile