"Surely You're Joking Mr.Feynman!"

posted on 13 Dec 2008 12:13 by caje  in Reading

ฟายน์แมน, ริชาร์ด พี. ฟายน์แมน อัจฉริยะโลกฟิสิกส์. แปลจาก Surely You're Joking Mr. Feynman, โดย นรา สุภัคโรจน์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2551.

อ่านจบเมื่อ : December 8, 2008.

หน้าปกฉบับภาษาอังกฤษ

(...ขออภัย หาภาพปกฉบับภาษาไทยไม่ได้ เอาฉบับภาษาอังกฤษไปก่อนละกัน...)

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออัตชีวประวัติที่อ่านไปหัวเราะไป ไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้ในตอนแรกสักเท่าไหร่ ดีกว่าที่หวัง อ่านแล้วประทับใจ ทำให้ระลึกได้ถึงความรักในการเรียน การสอน และสิ่งที่ทำ การศึกษาหาความรู้ ความสำคัญของการทดลองต่าง ๆ ทั้งยังสนุกสนานเฮฮาไปด้วยมุกกลั่นแกล้งคนนานาที่มีอยู่ในตัวคนเขียน

ฟายน์แมนรักวิทยาศาสตร์และการทดลองตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ต้องสงสัยเลยทำไมเขาถึงเป็นอัจฉริยะ นึกถึงตอนเด็กของเราที่พอจะมีคนชื่นชมว่าเก่งอยู่บ้างเหมือนกัน แต่เรามัวแต่หลงระเริงในคำชม ไม่มั่นลับความรู้ความสามารถที่มีนั้นเสียนี่ ผลเลยออกมากลายเป็นคนธรรมดาสามัญไป


ชอบเรื่องซ่อมวิทยุ และตอนพูดความจริงที่ไม่มีใครเชื่อ เพื่อแกล้งคนอื่น ปั่นหัวคนเล่นได้ นึกถึงนิสัยเสียของตัวเองขึ้นมากลาย ๆ เลยแฮะ -- แต่คิดอีกทีหลาย ๆ อย่าง เราที่เป็นเด็กผู้หญิงคงไม่บ้าระห่ำ กล้าทำอย่างเขา อัจฉริยะกับความบ้าอยู่ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปดจริง ๆ

ในด้านจิตวิญญาณ การเฝ้ามองสังเกตความคิดก่อนจะหลับ และศึกษาความฝันที่เกิดขึ้นก็น่าสนุกทีเดียว เราก็เคยสงสัยเรื่องนี้เหมือนกัน และก็เห็นจริงตามที่เขาว่ามา ความคิดจะมีจุดเชื่อมโยงเล็ก ๆ ถึงกัน ตอนแรก ๆ พอจะจำจับได้อยู่ว่ามาจากไหน แต่ไม่นานนักเราก็จะลืม แล้วความคิดก็จะสะเปะสะปะปนเปกันไปจนเราหลับ สำหรับความฝันนั้นไม่เคยสังเกตเหมือนกัน แต่อ่านแล้วคิดว่าคงต้องลองดูสักหน่อยล่ะ

ตอนทำงานระเบิดปรมาณูก็น่าสนใจ นับถือแผนการทำงานที่เกือบจะมีระบบของพวกนักวิทยาศาสตร์นี้จริง ๆ งานอดิเรกคือไขรหัสเซฟผู้อื่นก็อ่านไปฮาไป แสบได้ใจ จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เราก็เคยเล่นไขตู้เซฟของเล่นเหมือนกัน เสียดายที่ไม่มีอุปกรณ์ให้ลองเล่นเยอะ ๆ แบบนี้บ้าง

ที่ชอบมากที่สุดคือตอนที่งานสำเร็จไปด้วยดี ที่มีนักวิทยาศาสตร์ผู้ริเริ่มโครงการนี้คนหนึ่งสำนึกได้ว่าได้ทำอะไรลงไป ...คนอื่นต่างเลิกคิดต่อ และเฉลิมฉลองในความสำเร็จ แต่เขาผู้นั้นไม่ได้หยุดไปด้วย...

ฟายน์แมนไม่เพียงแต่รักในวิทยาศาสตร์และงานที่ทำ แต่ยังชื่นชอบในศิลปะอีกด้วย เขาฝึกภาษา แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ กล้าเสี่ยงและท้าทาย ผจญภัยหาประสบการณ์ที่น่าสนใจและยังไม่เคยประสบ ฝึกเล่นดนตรีที่บราซิล ชอบจังหวะกลองและเสียงเพลง แถมยังฝึกวาดรูปอย่างไม่ลดละ ขอยกย่องชมเชยในความเพียรพยายามอย่างลดละของเขาจากใจจริง

สุดท้ายคือสิ่งที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว... คือความรักในการเรียน การสอน การทำงาน ทำหน้าที่ที่รับผิดชอบให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการบรรยายพิเศษหรือธรรมดา การไปสอนที่ต่างประเทศ การวิจัยทดลอง สร้างทฤษฎีต่าง ๆ ตลอดจนการพิจารณาหนังสือแบบเรียน ฟายน์แมนทำงานเต็มอย่างตั้งใจเสมอ

ชอบที่เขาบอกว่า หากอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร มีแต่คิดไปวัน ๆ ไม่มีหน้าที่ให้รับผิดชอบ ตัวเขาคงไร้คุณค่า และแรงบันดาลใจต่าง ๆ ไป

อ่านแล้วรู้เลยว่าเขารักงานที่ทำ และทำงานด้วยความสุขแค่ไหน เราเองก็เคยมีช่วงเวลาแบบนั้น เลยเข้าใจดี และก็หวังว่าจะได้ทำงานอย่างเป็นสุขนั้นตลอดไปเช่นเดียวกัน

บทความปิดท้ายสอนถึงคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงานสายวิทยาศาสตร์ และการทดลองที่เกี่ยวข้องได้ดี

ในการทดลองนั้น... อย่าหลอกตนเอง...

สรุปหนังสือเรื่องนี้แล้วก็เป็นหนังสือที่ดี และน่าอ่านเรื่องหนึ่ง แม้คุณจะไม่สนใจในวิทยาศาสตร์ก็ตาม เรื่องนี้ก็ให้ความสนุกและข้อคิดดี ๆ ไม่แพ้นิยายเลย

...

ฝากรูปปกหนังสืออีกเล่มของฟายน์แมนปิดท้าย เล่มนี้ยังไม่ได้อ่าน และดูเหมือนจะยังไม่มีแปลเป็นไทยด้วย แต่ชอบปกมาก นี่สิ อาจารย์ที่น่านับถือ !

 ศาสตราจารย์ฟานย์แมน

- ล้อเล่นน่ะ คุณฟายน์แมน ! -

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet